การแพทย์

ทำไมคนชอบดื่มน้ำเย็น

-เรามักจะเห็นคนชอบดื่มน้ำเย็น น้ำแข็ง กาแฟเย็น ชาเย็น … มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์การแพทย์เกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ -มีการศึกษาใน คนหนุ่มสาว 13 คนและ คนสูงอายุ 9 คน  ให้ดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง ดื่มน้ำเย็น 4 องศาเซลเซียส และ น้ำเย็นอัดลม 4 องศาเซลเซียส จำนวน 200 ml. (เกือบ 1 แก้ว) แล้วทำการวัดชีพจร ความดันโลหิต และ อุณหภูมิของร่างกาย เพื่อดูการตอบสนอง ว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ .. พบว่า อุณหภูมิของร่างกายของคนที่ดื่มน้ำเย็น ลดลง มากกว่า คนที่ดื่มน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้อง และ กลุ่มที่ดื่มน้ำเย็นอัดลม มีอุณหภูมิมากที่สุด แต่ก็ใกล้เคียงกับกลุ่มที่ดื่มน้ำเย็นเฉยๆ …นอกจากนี้ ในกลุ่มที่ดื่มน้ำเย็นยังพบว่า ชีพจรเต้นช้าลง ขณะที่ความดันโลหิตโดยรวมทั่ง ค่า systolic และ diastolic สูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่ง ข้อมูลทั้ง 3 […]

ทำไมคนชอบดื่มน้ำเย็น Read More »

เป็นมะเร็งไหมครับ ถ้าผลตรวจเต้านม ออกมาเป็นระดับ 3

-ยุคนี้ คนไข้ สามารถหาความรู้ และ ขอหมอดูข้อมูลผลการตรวจของตนเอง … แต่ส่วนใหญ่ ในเอกสาร เป็นศัพท์แพทย์ และ พอเดาไปเดามา ก็จิตตก คิดว่าตัวเองเป็นมะเร็ง -ในการตรวจแมมโมแกรม และ อัลตราซาวด์ รังสีแพทย์จะบรรยายสิ่งที่ตรวจพบโดยละเอียด และ ในตอนท้ายของเอกสารใบอ่านผล จะสรุปประเด็นสำคัญของผลการตรวจ … ในปัจจุบันจะมีตัวพิมพ์หนาๆ เขียนให้รู้ข้อสรุปของผลการตรวจ เป็น “BI-RADS”  ย่อมาจาก Breast Imaging Reporting and Data System  ซึ่งมีค่าตัวเลข 0-6 … ค่าที่เห็น เป็นเกณฑ์ ผลการอ่านเอกซเรย์ นะครับ ไม่ใช่ ระยะของโรค กรณีที่เป็นโรคมะเร็ง จะมีระยะ หรือ Stage ที่ 1-4 แต่ ใช้ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ -เวลาเห็นใบรายงานว่า เป็น BIRADS 3 ไม่ได้บอกว่า เป็นมะเร็งเต้านม

เป็นมะเร็งไหมครับ ถ้าผลตรวจเต้านม ออกมาเป็นระดับ 3 Read More »

ท้องมาน ท้องโต มีน้ำในช่องท้อง

-เราเคยเห็นคนป่วย ท้องโตจนเป่ง แลดูน่ากลัว โดยที่ยังเดินเหินไปไหนมาไหนได้ … คนไข้ รู้สึกอึดอัด แต่ ไม่ปวด และ เหมือน แบกของหนักๆ ไปไหนมาไหน ไม่สบายตัวเลย พอคุยกับหมอ หมอก็แจ้งว่า มีน้ำในช่องท่อง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ท่องมาน … แต่ คนทั่วไป มักจะมีความสงสัยว่า น้ำไปอยู่ในช่องท้องได้ยังไง อยู่ในลำไส้หรือเปล่า แล้วอะไรเป็นสาเหตุให้มีน้ำไปอยู่ในช่องท้อง -เรารู้ว่า ภายในช่องท้องของเรามีอวัยวะต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหาร ทั้งกระเพาะ ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ตับ ฯลฯ โดยมีกล้ามเนื้อผนังหน้าท้อง ห่อหุ้มอยู่ ด้วยเหตุที่ทางเดินอาหาร จำเป็นต้องบรรจุ อาหาร ปริมาณ มากบ้างน้อยบ้าง แปรเปลี่ยนไปตาม สิ่งที่กินเข้าไป ทั้ง กระเพาะ หรือ ลำไส้ จำเป็นต้องสามารถยืด หด ปรับขนาด และ ปริมาตร ได้ ไม่สามาถที่จะมีขนาดคงที่หรือ

ท้องมาน ท้องโต มีน้ำในช่องท้อง Read More »

ผู้สูงอายุ ที่มวลกล้ามเนื้อน้อย ป่วยและตายมากขึ้น

-เรื่องมวลกล้ามเนื้อน้อย หรือ Sarcopenia เป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับ สุขภาพในผู้สูงอายุ ที่ทางการแพทย์เพิ่งรู้จักและสนใจ -ในการศึกษา อาสาสมัครอายุมากกว่า 60 ปี จำนวน 1,291 คน หลังจากติดตามไป 2.6 ปี พบผู้เสียชีวิต 6.8 %  และ อาสาสมัครที่มีมวลกล้ามเนื้อน้อย เสียชีวิตมากกว่า คนที่มวลกล้ามเนื้อปกติ 3-4 เท่า –ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย หรือ sarcopenia พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ไม่ได้แค่ คนที่ผอมเท่านั้น จะมีมวลกล้ามเนื้อน้อย คนรูปร่างปกติ หรือ คน อ้วน ก็อาจจะมีมวลกล้ามเนื้อน้อยได้ ขณะเดียวกัน คนผมบางคน ก็อาจจะมีมวลกล้ามเนื้อมาก ก็ได้ (มวลกล้ามเนื้อ skeletal mass index ไม่เท่ากับ ดัชนีมวลกาย หรือ body mass index แต่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน) -การเกิดภาวะ มวลกล้ามเนื้อน้อย เกิดได้จากหลายสาเหตุ

ผู้สูงอายุ ที่มวลกล้ามเนื้อน้อย ป่วยและตายมากขึ้น Read More »

เล่นกล้าม แล้วกล้ามเนื้อใหญ่ขึ้นได้อย่างไร

-เราเห็นนักเพาะกาย กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ … ทุกคนทำได้ไหม และ กลไกธรรมชาติของร่างกายเป็นอย่างไร -ร่างกายเรามีกล้ามเนื้อไว้ เพื่อดึงกระดูก ให้ขยับเข้าหากันหรือขยับออกจากกัน เพื่อที่จะได้นำพาร่างกายให้เกิดการเคลื่อนที่ เคลื่อนไหว … ในกล้ามเนื้อ 1 มัดที่เราเห็น จะมีส่วนปลายที่รวมกันเป็นเส้นเอ็นมากเกาะที่กระดูก ขณะเดียวกัน ในกล้ามเนื้อแต่ละมัด จะมีกลุ่มของเส้นใยกล้ามเนื้อ (fasciculus) รวมตัวกันเป็นกลุ่ม หรือ มัดเล็กๆ (คล้ายๆเวลาเราถักเชือก หรือ ถักเปีย) โดยเซลล์กล้ามเนื้อที่หลอมรวมกันเป็นเส้นใยขนาดเล็ก (myofibril) ในนั้นจะมีส่วนที่คอยดึงให้กล้ามเนื้อ ยืด หด (sarcomere) … เมื่อส่วนประกอบต่างๆ เรียงตัวกันแบบนี้ ก็ทำงานได้ครับ -แต่มีเซลล์ อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่ง ทางการแพทย์เพิ่งเริ่มสนใจ คือ เซลล์ข้างเคียงรอบๆกล้ามเนื้อ (satellite cell) ซึ่งกระจายตัวหุ้มอยู่รอบๆ เส้นใยกล้ามเนื้อ … เมื่อก่อนเราก็ไม่รู้ว่า เซลล์เหล่านี้มีหน้าที่อะไร … แต่จากการศึกษา พบว่า เมื่อกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บ จากการเคลื่อนไหว หรือ

เล่นกล้าม แล้วกล้ามเนื้อใหญ่ขึ้นได้อย่างไร Read More »

ผู้ป่วยไตวายในบ้านเรา เกิดจากการใช้ยาแก้ปวด

-เรามักจะคิดว่า  กินเค็มทำให้ไตวาย เพียงอย่างเดียว แต่ว่า ภัยที่อยู่ใกล้ตัวมาก โดยที่เราไม่รู้ตัว คือ ยาแก้ปวด -ปกติยากลุ่ม NSAID ซึ่งเป็นยาแก้ปวดกระดูก และ กล้ามเนื้อ ซึ่งได้ผลดีมากในการบรรเทาอาการปวด จัดเป็นยาอันตราย ที่ต้องได้รับการควบคุม และ ถูกสั่งจ่ายภายใต้ ความตระหนักรู้ และ การดูแลของแพทย์ และ เภสัชกร … แต่ว่าในบ้านเรา กลับหาซื้อได้ง่ายดาย ทั่วๆไป และ ผู้ใช้ ก็ไม่ได้ตระหนักถึงอันตรายของการใช้ยาเหล่านี้ จึงมีการใช้ยาเหล่านี้กันอย่างอิสระและเกิดปัญหาไตวาย โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว -นำข้อมูลทางการแพทย์มาแบ่งปัน ….. ยากลุ่ม NSAID จะมีผล ให้ การไหลเวียนเลือด ไปเลี้ยงไต ลดลงอย่างรวดเร็ว และ เฉียบพลัน จาก ผลที่ออกฤทธิ์ต่อการหดตัวของเส้นเลือดขาข้าวของไต ดังนั้น หากกินมากไป หรือ กินต่อเนื่องกันนานๆ หรือ กิน พร้อมกับยาบางอย่าง หรือ ภาวการณ์เจ็บป่วยบางอย่าง ที่เลือดไปเลี้ยงไตน้อยอยู่แล้ว

ผู้ป่วยไตวายในบ้านเรา เกิดจากการใช้ยาแก้ปวด Read More »

แสงเทียนแสงสุดท้าย

-คนที่เจ็บป่วยเรื้องรัง หรือ ป่วยหนัก ไม่ว่าจะโรคต่างๆ มะเร็ง อัมพาต โรคหัวใจ หรือโรคชรา บ่อยครั้ง หลังจากที่อาการทรุดหนัก เราจะเห็นผู้ป่วย อาการดีขึ้น หายใจเองได้ กินอาหารได้ ดูสนใส ทั้งๆ ที่โรคดูหนักมาก เหมือนจะแย่อยู่แล้ว แต่ ผู้ป่วยกลับดูดีขึ้น .. และ หลังจากนั้น 1-2 วัน ผู้ป่วย ก็จะทรุดหนักลง และ เสียชีวิตในเวลาต่อมา -ปรกกฎการณ์นี้ บุคลากรทางการแพทย์ และ หลายๆคน อาจจะเคยพบกับ ญาติ พี่น้อง ของตนเอง … เป็นปรากฏการณ์ที่ ยังไม่สามารถมีคำอธิบายทางการแพทย์ได้ครับ .. แต่คนก็มักจะเรียกว่า เป็นแสงเทียนไขแสงสุดท้าย  เหมือนกับ ก่อนที่ไฟจะดับมอดไป จะเอาเชื้อเพลิงที่มีอยู่เผาผลาญออกมาใช้จนสุดความสามารถ .. คิดว่า ร่างกายก็คงจะแบบเดียวกัน -เราก็ควรใช้ แสงเทียนแสงสุดท้าย นี้ ให้ได้ประโยชน์สูงสุด และ เก็บความสว่าง

แสงเทียนแสงสุดท้าย Read More »

แค่ขยับ ยังไม่เท่ากับออกกำลังกาย

-แค่ขยับร่างกาย ก็ดีกว่าไม่ขยับ เป็นความจริงด้านสุขภาพครับ -ความหมายเรื่อง การออกกำลังกาย ในทางการแพทย์ จะมีองค์ประกอบหลัก คือ มีการเคลื่อนไหว และ มีผลจากการเคลื่อนไหว ที่เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย … ในส่วนของประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย จากการเคลื่อนไหว มี 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ประโยชน์ต่อระบบไหลเวียนโลหิตและการแลกเปลี่ยนก๊าซ (cardiopulmonary system) และ ประโยชน์ต่อระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ … ชวนมาดูกันว่า ทำไม “แค่ขยับ ยัง ไม่เท่ากับออกกำลังกาย” -การเคลื่อนไหว หรือ ขยับร่างกาย จะทำให้กล้ามเนื้อมีการทำงาน และเมื่อกล้ามเนื้อทำงาน จะมีของเสียเกิดขึ้นจากการใช้พลังงาน ของเสียที่ว่า คือ กรดแลคติก ซึ่ง กล้ามเนื้อจะมีพลังงานสำรอง (เหมือนมือถือเรามี แบตเตอรี่ในตัว) ดังนั้น เวลา ขยับตัว ขยับกล้ามเนื้อ ร่างกายจะทำได้เลยด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปยุ่งกับระบบอื่นๆของร่างกาย … การใช้พลังงาน ในการเริ่มขยับกล้ามเนื้อ จึงเป็นการใช้พลังงานแบบ ไม่ใช้ออกซิเจน ตรงนี้

แค่ขยับ ยังไม่เท่ากับออกกำลังกาย Read More »

คุยโทรศัพท์ขณะขับรถเหมือนปิดตาขับเป็นพักๆ

-การทำงานของสมองเป็นอย่างไรถ้าคุยโทรศัพท์ขณะขับรถ… ก่อนหน้านี้ ได้เคยเล่าให้ฟังว่า การตอบสนองของสมองช้าลงมาก ถ้าหากต้องคุยโทรศัพท์ขณะขับรถ ซึ่ง ช้ากว่า คนดื่มเหล้า 2 drink เสียอีก … วันนี้ มาดูกันว่า เกิดอะไรขึ้นในสมอง -อธิบายกลไกการทำงานของสมอง แบบง่าย ก่อนเข้าเรื่องดังนี้ … ร่างกายเรามีส่วนที่รับข้อมูล รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส คือ ตา หู จมูก ลิ้น และ ผิวหนัง ซึ่งอวัยวะเหล่านี้ จะแปลงสิ่งที่มากระทบเป็นสัญญาณไฟฟ้า ถ้าหากเทียบกับเครื่อง คอมพิวเตอร์ ก็จะเหมือน keyboard scanner microphone ฯลฯ สัญญาณเหล่านี้ จะวิ่งไปที่แกนกลางของสมอง หรือ ก้านสมอง ส่วนที่เรียกว่า Thalamus ซึ่งเป็นสถานีที่เชื่อมต่อระหว่าง ไขสันหลัง กับสมองใหญ่ จากนั้น ข้อมูลหรือสัญญาณของการรับรู้จะถูกส่งไป ประมวลผล ที่สมองที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับ การมองเห็น(visual

คุยโทรศัพท์ขณะขับรถเหมือนปิดตาขับเป็นพักๆ Read More »

ใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับรถ อันตรายพอๆกับ ดื่มแล้วขับ

-เชื่อว่า ทุกท่านคงเคย ใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับรถ ไม่ว่าจะ รับสาย หรือ ใช้หูฟังรับสาย หรือ อ่านข้อความ พิมพ์ข้อความ ดูข่าว ดูแผนที่ .. โดยที่เราไม่รู้ว่า การกระทำเหล่านั้น มีอันตราย เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ไม่แพ้ คนที่ “ดื่มแล้วขับ” -มีการศึกษา ในอาสาสมัคร 20 ราย ที่มีประสบการณ์การขับรถ และ ดื่มสุรา เข้าร่วมการทดสอบ ขับรถ ในห้องจำลองการขับขี่ ที่ตรวจวัดการเปลี่ยนแปลง และ การตอบสนอง สนสถานการณ์ต่างๆ ที่สามารถคำนวณความเสี่ยง ในการเกิดอุบัติเหตุ โดยที่อาสาสมัคร จะได้รับโอกาส ในการทดลองขับขี่ ให้คุ้นเคยกับระบบ จากนั้น อีก 1 สัปดาห์ จะเข้าร่วมการศึกษา โดย 1) มีการสุ่ม ดื่มน้ำ ที่ผสม alcohol 40% หรือ น้ำที่ไม่ได้ผสม alcohol

ใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับรถ อันตรายพอๆกับ ดื่มแล้วขับ Read More »