-ปกติ เวลาตรวจเบาหวาน จะต้อง งดน้ำงดอาหาร และ คนไข้บางคน ก่อน ตรวจ 2-3 วัน ก็ตั้งใจงดของหวาน เป็นอย่างดี เพื่อให้ผลการตรวจเลือด ออกมาดี แต่แพทย์ ก็ยังสามารถทราบได้ว่า การคุมน้ำตาล ในกรณีที่เป็นเบาหวานคุมได้ไม่ดี ด้วยการ “ตรวจค่าน้ำตาลในเลือด 3 เดือน ย้อนหลัง”…. มาดูกันครับว่า เขารู้ได้ยังไงว่า น้ำตาลในเลือด 3 เดือนที่ผ่านมา ปกติ หรือ ไม่ปกติ ด้วยการตรวจ HbA1C (ฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี) ซึ่งเป็นการตรวจ ปริมาณสารในเม็ดเลือดแดง
-ด้วยธรรมชาติ ของ เม็ดเลือดแดง เป็น เซลล์ ที่ไม่มี นิวเคลียส จึงไม่มี ตัวสร้างพลังงาน ด้วยไมโตคอนเดรีย อย่างในเซลล์อื่นๆของร่างกาย การใช้พลังงานของเม็ดเลือดแดง จึงมากจาการใช้น้ำตาล แบบไม่ใช้ ออกซิเจน (glycolytic) ล้วนๆ…. คือ เมื่อต้องการพลังงาน ก็จับเอา น้ำตาลในกระแสเลือด มาเปลี่ยนเป็นพลังงาน เปลี่ยน น้ำตาลให้เป็น ATP พร้อมใช้เลย ด้วยคุณสมบัติอันนี้ ทำให้ ฮีโมโกลบิน ซึ่ง เป็น ส่วนที่พาออกซิเจน ไปส่ง(เลี้ยง) ส่วนต่างๆของร่างกาย มีความ จำเพาะ กับ น้ำตาล เป็นพิเศษ คอยจับเอา น้ำตาลมาใช้ …. ในกรณี ที่มีน้ำตาลในเลือด สูงกว่า ปกติ การจับตัวของ ฮีโมโกลบิน กับน้ำตาล แทนที่ จะจับตัว แล้ว สลาย เป็นพลังงาน ก็มีการจับกัน แล้ว ค้างไว้ ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งระยะแรกๆ ก็ จับๆ ปล่อยๆ แต่พอ เป็นอย่างนี้นานเข้า จะมีการจับตัวกันแน่นเข้า เกิดเป็นลักษณะของ ฮีโมโกลบิน ชนิดพิเศษ ขึ้นมา เรียกว่า HbA1C (ฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี) ซึ่ง ในห้องแลป สามารถ นำเลือด (เม็ดเลือด) ของ เรา ไปเข้าเครื่องตรวจจับความถี่ของแสง(Spectrophotometry) ที่มีลักษณะ จำเพาะ กับ HbA1C ทำให้ เรา ทราบได้ว่า ใน เม็ดเลือดแดงของ เรา มีปริมาณของ HbA1C อยุ่มากน้อยเพียงใด ถ้ามีมาก ก็แสดงว่า มีช่วงเวลา ที่น้ำตาลในเลือดสูง กว่าปกติ และ จับตัวกับ ฮีโมโกลบิน ค้างไว้นานจำนวนมาก
–ค่า HbA1C บอกค่าน้ำตาลในเลือด ย้อนหลัง 3 เดือน เพราะ ว่า เม็ดเลือดแดง มีอายุเฉลี่ย ที่ 120 วัน หรือ 4 เดือน และ ค่า HbA1C ที่ตรวจได้ เป็นปรากฏการณ์ ของ ภาวะ HbA1C ที่ เกิดขึ้น ภายใน 1 เดือน ถึง 50% อีก 40% เป็นของ HbA1C เม็ดเลือด ที่มีอายุ 2-3 เดือน และ อีก 10% เป็นของ เม็ดเลือดแดงที่มีอายุ 4 เดิอน ดังนั้น จึงบอกได้คร่าวๆว่า ค่าน้ำตาลในเลือดเฉลี่ย ในช่วง 3 เดือน ที่ผ่านมากของ ร่างกายเรา เป็นอย่างไร
-ค่า HbA1C อาจจะมีความแม่นยำลดลง หาก เม็ดเลือดแดงในร่างกาย ของเรามีอายุที่เปลี่ยน ไป เช่น หากมีโรคที่ทำให้เม็ดเลือดแดงอายุสั้นลง เช่นโรคเกี่ยวกับ เม็ดเลือดแดงที่แตกง่าย เช่น sickle cell anemia, thalassemia หรือ โลหิตจาง หรือ ได้รับการให้เลือด(เพราะเลือดอาจจะได้จากคนไม่เป็นเบาหวาน) จะทำให้ วัดค่า HbA1C ต่ำกว่า ความเป็นจริง(น้ำตาลในเลือดสูงกว่าค่าที่วัดได้) ขณะที่ คนที่ตั้งครรภ์ อยู่ในที่สูง (ซึ่งมีระดับออกซิเจนในอากาศต่ำ) คนที่ ได้รับการฉีด สารกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง เช่นในคนไตวายเรื้อรัง จะมี ค่า HbA1C สูงกว่า ความเป็นจริง เพราะ ว่า มีเม็ดเลือดเข้ามาใหม่ หรือ เกิดใหม่ เพิ่มขึ้น เพราะ มี ปริมาณเม็ดเลือด มากกว่าคนปกติ
-ทีนี้ ก็ทราบแล้วนะครับ ว่า ทำไม หมอถึงรู้ว่า ในช่วง 3 เดือน ที่ผ่านมา การคุมเบาหวาน หรือ ระดับน้ำตาลในเลือด ของเราสูงไหม … เพราะ ธรรมชาติของเม็ดเลือดแดง ไม่เคยโกหก

