-หลายคน เวลาเจอปัญหา และเห็นคนแก้ปัญหา มักจะกล่าวเชิง ไม่เห็นคุณค่า ว่า มัวแต่แก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แก้เท่าไหร่ ก็ไม่หมด ทำไม ไม่ทำอย่างนั้น ทำไม ไม่ทำอย่างนี้ ทำไม่ไม่แก้ไขที่ต้นเหตุ… การแก้ไขสิ่งต่างๆ จึงถูกมอง แบบ ด้อยค่า
-จริงครับ การแก้ไขที่ต้นเหตุ เป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหา ในทางการแพทย์ ก็เหมือนกัน เช่นไส้ติ่งอักเสบ จำเป้นต้องรรับการผ่าตัด การให้ยาแก้ปวด หรือ ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช่การรักษาที่จะทำให้คนไข้หายได้ แต่ในบางครั้ง อย่างเช่นเป็นหวัด ปวดกล้ามเนื้อ เป็นนิ่วท่อไตขนาดเล็ก อาการไม่สบายไม่ว่าจะเป็นไข้ น้ำมูกไหลตลอดเวลา ไอ จาม หรือ ปวดจนเดินไม่ได้ หรือ ปวดท้องเพราะ การบีบตัวของท่อไตเพื่อขับนิ่วออก เป็นความเจ็บปวดมากมาย ที่ต้องบรรยายว่า ไม่รู้จะทำตัวยังไง ให้มันหายปวด … อาการต่างๆ เหล่านี้ หากรอ ไม่ได้รับการดูแล ก็คงจะทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน มากมาย และ อาจจะมากจน ส่งผลเสียอื่นๆ ตามมาอีกมากมายก็เป็นได้
-เช่นกันครับ น้ำท่วมใหญ่ ดินโคลนถล่ม แผ่นดินไหว บางเรื่อง หากเราจะมองว่า ต้องไปแก้ไขที่การบริหารจัดการน้ำ การทำระบบระบายน้ำ หรือ สร้างตึกที่ได้มาตรฐานป้องกันแผ่นดินไหว หรือ คนที่เป็นหนี้ คนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ หากมองว่า ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ ตัดวงจรที่เป็นปัญหา พัฒนา ให้มีการบริการที่ทั่วถึง โดยไม่มีการเยียวยา หรือ การแก้ไขที่ปลายเหตุก่อน หลายคนอาจจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอ จนได้มีโอกาส รับผลของการแก้ไขที่ต้นเหตุ
–การเยียวยา หรือ การแก้ไข บรรเทาที่ปลายเหตุ จึงเป็นหนึ่งเรื่องที่สำคัญที่ต้องทำไปพร้อมๆกับการหาสาเหตุ และ แก้ไขที่ต้นเหตุ ซึ่งทางการแพทย์ เรียกว่า “symptomatic treatment” หรือ การรักษาตามอาการ ในทางสังคม อาจจะเรียกว่า การ เยียวยา หรือ การประคับประคอง ให้ ผ่านพ้นวิกฤต
-ฝากเรื่อง นี้ ส่งท้ายปีนะครับ สิ่งที่เราช่วยกันทำ เรื่องดีๆ ต่างก็มีประโยชน์ครับ ทำทั้ง การแก้ไขต้นเหตุ และ การช่วยเหลือบรรเทาภาวะคุกคามที่เกิดตรงปลายเหตุครับ
Post Views: 195

