–การกลืนอาหารและกลืนน้ำ เป็นเรื่องที่ร่างกายทำงานแบบอัตโนมัติ จนบางครั้ง เราก็ไม่รู้สึกตัว ว่าเรากลืนอาหารหรือน้ำเข้าไปได้ยังไง… เราจะเริ่มรู้สึก และ สนใจ เมื่อร่างกายของเราทำงานได้ไม่ปกติ มาดูกันครับ ว่า ที่เรา กลืน กันอยู่ทุกวันนี้ ส่วนต่างๆของร่างกายทำงานร่วมกันอย่างไรบ้าง และ เกิดการสำลักได้อย่างไร
-การกลืนอาหาร แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรก เป็นระยะที่เราตั้งใจ ควบคุมได้ และระยะที่ 2 เป็นระยะที่อัตโนมัติ ไม่ต้องควบคุม และ อยู่นอกเหนือการควบคุม คือ เราสั่งให้เริ่ม หรือหยุดกลางคันไม่ได้ สมองจะจัดการเองทุกอย่าง และ ในระยะที่ 2 ที่เป็นระบบอัตโนมัติ ยังแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่เกิดขึ้นในลำคอ และ ส่วนที่อยู่ที่หลอดอาหารและกระเพาะ.. มาดูกันครับ ว่า ผู้เล่น หรือ ตัวแสดงของเรามีใคร และ ทำอะไรกันบ้างครับ
-ข้อควรรู้พื้นฐาน คือ การสูดหายใจ เข้า-ออก และ การกลืนอาหารและน้ำ ใช้พื้นที่ร่วมกัน บริเวณ คอหอย ซึ่งกินบริเวณหลังโพรงจมูก หลังลำคอ จนทางรูเปิดกล่องเสียง
-เวลาจะกลืนอาหาร หรือ น้ำ เราจะเริ่มด้วยการปิดปาก (ทั้งฟัน และ ริมฝีปาก) เพื่อบังคับให้แรงดันของลิ้น ดันอาหารไปทางเดียว คือ ไปด้านหลัง) กล้ามเนื้อลิ้น จะดันอาหารไปชิดเพดานปากด้านบน ปิดพื้นที่ด้านหน้า และ ดันจนอาหารเข้าไปด้านหลัง เมื่ออาหารสัมผัสกับ เพดานปากด้านหลังบริเวณลิ้นไก่ ระบบอัตโนมัติจะเริ่มขึ้น (และหยุดเองไม่ได้) เพดานปากด้านหลังจะถูกดันไปปิดด้านหลังโพรงจมูก เพื่อไม่ให้อาหารหลุดเข้าไปในโพรงจมูก จากนั้น อาหารจะเคลื่อนที่ผ่าน คอหอย พร้อมกับ ถูกลิ้นดันให้อาหารเคลื่อนลงสู่หลอดอาหาร … ตรงตำแหน่งนี้เอง ที่ เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่การหายใจ และ การกลืน ให้พื้นที่ร่วมกัน (บริเวณคอหอย) จะมีการเคลื่อนตัว โดยยกกล่องเสียงขึ้นด้านบน เพื่อให้ลิ้นปิดกล่องเสียงเคลื่อนที่มาปิดกล่องเสียง (เหมือนจราจร) กั้นทางเดินไม่ให้อาหารเข้าไปในหลอดลม จากนั้น จะเป็นหน้าที่ของระบบอัตโนมัติส่วนที่ 2 คือ หลอดอาหาร จะบีบไล่อาหารเป็นเหมือนลูกคลื่น เพื่อให้อาหารเคลื่อนลงสู่กระเพาะ (ตรงนี้ จะเห็นว่า แม้แต่คนที่นอน หรือ ห้อยหัว ก็กลืนอาหารได้ ไม่ได้ใช้ น้ำหนักของอาหารในการดันเข้าสู่กระเพาะ) เมื่อถึงบริเวณรอยต่อระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะอาหาร หูรูดกระเพาะอาหารด้านบน จะคลายตัว เพื่อให้อาหารเคลื่อนลงสู่กระเพาะอาหาร
-จะเห็นว่า ระบบทั้งหมด เป็นระบบอัตโนมัติ … ระบบนี้ จะขัดจังหวะ หากเราพูด ขณะกำลังกลืน ทำให้ กล่องเสียงเคลื่อนที่มาปิดทางร่วม ไม่ทัน เศษอาหาร หรือ น้ำ ตกเข้าไปในหลอดลม ซึ่งหลอดลมจะมีระบบรับความรู้สึกที่ไวมาก หากมีสิ่งแปลกปลอม จะรีบ และ พยายาม ดัน หรือ ไอ ให้สิ่งแปลกปลอมออกจากหลอดลมทันที และ รุนแรง อาการนี้ เรารู้จักกันว่า “สำลัก” ซึ่ง นอกจาการไอแล้ว ยังอาจจะเคยเห็น คนที่พ่นอาหารออกมาทางจมูก ทั้งน้ำ ทั้งวุ้นเส้น ฯลฯ ..ดังนั้น เวลาพูดไม่ควรกลืนอาหาร หรือ เวลากลืนอาหารไม่ควรพูดครับ
-ปัญหานี้ อาจจะเกิดเวลากินยา หรือ กินอาหาร ได้อีก ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือคนเป็นอัมพาต เพราะ ระบบประสาททำงานช้าลง. การส่งสัญญาณระหว่างกันว่า อาหารถึงตรงไหนแล้ว จะไม่คล่องเหมือนคนหนุ่มสาว จึงเกิดการผิดจังหวะ หรือสำลักได้ บางครั้งอาจจะถึงกับอุดกั้นหลอดลม ถ้า อาหารหรือยา หลุดเข้าไปในหลอดลม และ ไม่มีแรงไอออก อาจจะถึงกับขาดอากาศหายใจ ถึงขึ้นเสียชีวิต (หากพบเห็นต้องช่วยดันให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกมา ที่เรียกว่า Heimlich maneuver) โดยการโอบจากด้านหลัง มือจับกัน และ กระทุ้งที่ลิ้นปี่ แรงๆ จนกว่า อาหารจะหลุดออกมาครับ
-ส่วนระบบอัตโนมัติ ส่วนของหลอดอาหาร หากมีการเกร็งตัวของหลอดอาหารที่ผิดปกติ ก็จะกลืนไม่ลง จุกอยู่ที่กลางอก หรือ หากในรายที่การบีบตัวของกล้ามเนื้อหูรูดกระเพาะอาหารส่วนบน เกิดการหย่อนตัว ก็เกิดภาวะกรดไหลย้อน
-นอกจากนี้ อีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้การกลืนผิดปกติ คือมีก้อนเนื้องอก หรือ มะเร็ง ไปขวางทางเดินหรือขวางการเคลื่อนที่ของอาหาร ซึ่งมักจะเริ่มจาก กลืนของแข็งไม่ได้ หรือ ไม่ดี จากนั้น ก็กลายเป็น กลืนของเหลว หรือ น้ำ ไม่ได้ครับ … หากมีอาการเหล่านี้ ควรพบแพทย์ตรวจครับ

