–การลดน้ำหนัก หรือ ลดความอ้วน ดีต่อสุขภาพ แน่นอนครับ เพราะ จะช่วยให้ความเสี่ยงเรื่อง เบาหวาน และ โรคไม่ติดต่อ (NCD) ลดลง อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการ ดื้อต่อ leptin (สารรู้สึกอิ่ม) ได้อีกด้วย … คนที่อ้วนมากๆ บางครั้ง ก็เคลื่อนไหวลำบาก และทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติ
-การลดความอ้วน โดยปกติ มักจะเริ่มด้วยการคุมอาหาร และ การออกกำลังกาย แต่ในผู้ป่วยรายที่อ้วนมากๆ มักจะใช้วิธีการปกติ ไม่สำเร็จ ในการระบุระดับความรุนแรงของความอ้วน ใช้การดูที่ BMI ซึ่งคำนวณ จาก น้ำหนัก หารด้วย ส่วนสูงเป็น เมตรยกกำลังสอง… ค่า BMI ปกติ ไม่ควรเกิน 25 และความอ้วนที่รุนแรง มาก จนอาจจะต้องรักษาด้วยแนวทางพิเศษ เช่นการผ่าตัด คือ คนที่ BMI เกิน 40 ยกตัวอย่างเช่น คนที่สูง 160 ซม แต่น้ำหนัก เกิน 105 กก BMI = 41 ถือว่า อ้วนที่เข้าขั้นอันตราย คือ อ้วน ระดับ 3
-มีวิธีการรักษาความอ้วนด้วยการผ่าตัด โดยการ ตัดกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งมักจะตัดเป็นแนวยาว และ เย็บกระเพาะเข้าหากัน เพื่อให้ พื้นที่ในกระเพาะอาหาร มีขนาดเล็กลง กินนิดเดียวก็อิ่ม ไม่สามารถกินได้อีก ก็จะทำให้ น้ำหนักค่อยๆ ลดลง โดยทั่วไป การผ่าตัดแบบนี้ เมื่อผ่าตัด ไปได้ 6 เดือน น้ำหนัก จะหายไป ครึ่งหนึ่ง เลยทีเดียว
-การผ่าตัด กระเพาะ สามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง หรือ ส่องกล้องเข้าไปตัดกระเพาะออกบางส่วนก็ได้ แต่ จะต้อง ตัดให้พอดี ไม่ให้สูญเสียความสามารถในการย่อยอาหาร และ การสร้างวิตามิน บางชนิด … มีภาวะ ไม่พึงประสงค์ เกิดขึ้นได้จากการตัดกระเพาะอาหาร ได้เหมือนกัน เช่น คลื่นไส้ กรดไหลย้อน เลือดออกในกระเพาะ กระเพาะอาหารตีบ ขาดสารอาหาร ผิวหนังเหี่ยวย่น ฯลฯ การตัดกระเพาะให้เล็กลง จึงควรเก็บไว้ใช้สำหรับคนที่อ้วน ระยะรุนแรง ที่กระทบต่อการใช้ชีวิตตามปกติ ครับ

