–โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) และ โรคหัวใจ เป็นโรคที่น่ากลัว ป่วยเป็นโรคนี้ แล้ว จะมีความเสียหาย หรือยุ่งยากในชีวิตมากมาย … ทั้ง 2 โรคนี้ มีสาเหตุ จาก เส้นเลือดแดง ที่ผิดปกติ … มาดูกันว่า เกี่ยวกับ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง 3 เกลอ รวมพลังกันอย่างไร
–เส้นเลือดแดงทั่วร่างกาย จะมีการยืด และ หด ตลอดเวลา ตาม การสูบฉีดเลือดจากหัวใจ เพื่อ บีบ และ นำเลือด ออกซิเจน อาหาร พลังงาน ไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย…. ทุกๆ การยืด-หด จะทำให้ เส้นเลือด เกิดรอยปริเล็กๆ ซึ่ง ร่างกายสามารถซ่อมแซมได้เอง จนกลับมาเหมือนปกติ แต่ในกรณีที่ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือด จะถูก ถ่าง ขยาย มากกว่าปกติ (เพราะ แรงดันสูง) การปริของเส้นเลือดจึงเกิดมากกว่าปกติ รอยปริใหญ่กว่าปกติ การซ่อมแซม ยากกว่า และ อาจจะซ่อมได้ไม่ดีเหมือนปกติ…. นี่คือ ส่วนเกี่ยวข้องของ ความดันโลหิตสูง
-ในกระบวนการการซ่อมแซม ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง หรือ เบาหวาน จะรบกวนกระบวนการซ่อมแซมของร่างกาย มีภาวะเกิดการอักเสบ จากน้ำตาลที่สูงในเส้นเลือด เมื่อมีการอักเสบเกิดขึ้น เนื้อเยื่อที่ซ่อมแซม จะบวม ทำให้ไม่สามารถสมานแผลให้เป็นปกติ ในเวลาอันควร … นี่คือ ส่วนที่เกี่ยวข้องของ เบาหวาน
-ในระหว่างการซ่อมแซมรอยปริของเส้นเลือด จะเริ่มจาก การมีเกล็ดเลือดไปปิด มีเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เข้าไปปิดรอยปริ จากนั้น จึงเรียกทีมเนื้อเยื่อที่เป็นพังผืด มาซ่อมแซม ในระหว่างการปิดรอยปริ ที่เม็ดเลือดเข้าไปอุดรอยปริ ไขมันในเลือด ก็อยากช่วยในการปิดรอยเหล่านั้น ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น จึงมี ไขมัน ไปแทรกอยู่ในรอยปริที่เกิดขึ้น เมื่อการสมานผนังของเส้นเลือดปิดสนิท เรียบร้อย เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว จะกลับเข้าไปในเส้นเลือด และ ไปทำหน้าที่อื่นๆ ต่อไป ส่วนไขมัน ไม่สามารถเข้าสู่เส้นเลือดได้เอง หากไขมันที่มาปิดรอยปริเป็นไขมันขนาดเล็ก เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ รถกำจัดขยะ จะสามารถมากิน และ นำไขมันขนาดเล็กดังกล่าวออกจากพื้นที่(ผนังเส้นเลือด) ได้ ผิวของเส้นเลือด ก็จะเรียบเหมือนเดิม แต่ถ้าหากไขมันที่อยู่ในผนังดังกล่าว เป็นไขมันตัวโตๆ เซลล์ไขมันที่เป็น รถขยะ ก็ไม่สามารถเก็บกิน ไขมันดังกล่าวได้ ไขมันตัวโต จึงตกค้างอยู่ในผนังเส้นเลือด กระตุ้นการอักเสบ และ มีเซลล์พังผืด มาห้อมล้อม ทำให้ ผิวของเส้นเลือดบริเวณดังกล่าวถูกดันให้นูนขึ้น และ มีสิ่งแปลกปลอม ที่เรียกว่า plaque อยู่ที่ผนังเส้นเลือด ที่ได้รับการซ่อมแซม อย่างไม่ถูกต้อง ซ่อมได้ไม่ดี …. นี่คือ ส่วนที่เกี่ยวข้องของ ไขในในเลือดสูง (โดยเฉพาะ ไขมันตัวโตๆ LDL)
-กระบวนการที่เล่าให้ฟังข้างต้น ไม่ได้ เกิดขึ้นทันที ปุ๊บปั๊บ ครั้งเดียว แต่ เป็น กระบวนการที่เกิดขึ้นทีละเล็ก ทีละน้อย กับเส้นเลือดทุกแห่งทั่วร่างกาย บริเวณไหนที่มีการบาดเจ็บ และ ซ่อมแซมไม่ดีก่อน เส้นเลือดก็จะมี plaque เล็กๆ เกิดขึ้นก่อน เส้นเลือดบริเวณนั้น ก็จะมีรูที่เล็กกว่าปกติเล็กน้อย ทำให้ ความดันเลือดบริเวณดังกล่าวสูงขึ้น (เพราะ ร่างกายจะพยายามบีบเลือดให้ผ่านรูที่เล็ก ก็จะไหลเร็วขึ้น แรงดันเพิ่มขึ้น ตากกฎทางฟิสิกส์) เมื่อความดันเฉพาะที่สูงขึ้น โอกาสเกิดรอยปริ ก็เพิ่มขึ้น หากมีเบาหวาน และ ไขมันในเลือดสูง การซ่อมแซม ก็ไม่ดี plaque ก็เกิดมากขึ้น เรื่อยๆ จนสุดท้ายเส้นเลือดก็ตีบ เกิดปัญหา หัวใจขาดเลือด สมองขาดเลือด
–ผนังที่มี plaque จะไม่สมบูรณ์ แข็งแรง เหมือนผนังเส้นเลือดปกติ หากรอยปรินั้น อยู่ในตำแหน่ง รอยต่อ หรือ ทางแยก ก็จะรับแรงมากกว่าปกติ ทำให้อาจจะกลายเป็น ผนังเส้นเลือดฉีกขาดได้ เกิดภาวะเส้นเลือดแตก กลายเป็น เลือดออกในสมอง เลือดออกจากรอยปริของเส้นเลือดใหญ่ในช่องท้องหรือ ช่องอก…. เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ครับ
–3 เกลอ ร่วมกันสร้างปัญหาให้กับร่างกาย แต่ สร้างเพราะ ความหวังดี จะซ่อมแซมส่วนที่ผิดปกติ เพียงแต่ว่า ด้วยสภาพของตัวเอง ที่เป็นตัวช่วยที่ไม่ดี ไม่สามารถ ยิ่งช่วย ยิ่งยุ่ง … ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด คือ อย่าให้เบาหวาน และ ไขมันในเลือดสูง อยู่ในร่างกายเรา เพราะ จะยิ่งช่วยยิ่งยุ่ง และ ก็ไม่ให้มีความดันโลหินสูง เพราะ เป็นตัวเรียกแขก ให้มาร่วมกันสร้างปัญหาครับ… ที่นี้ เห็นแล้วนะครับ ว่า ทำไม หมอถึง เป็นห่วง เรื่อง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และ ไขมันในเลือดสูง กันนักหนา คอบเตือนให้คนไข้ ดูแล ทั้ง 3 ปัจจัยนี้ให้ดี
-อาการแสดงที่ บอกให้เห็นได้ชัดเจน ในคนที่มี 3 เกลอ นี้ในร่างกาย คือ อ้วนลงพุงครับ ถ้ามี อ้วนลงพุง แสดงว่า 3 เกลอนี้ กำลังรวมพลังกันอย่างแข็งขันอยู่ครับ

