-ตอนที่แล้ว พูดถึง การฉีดสาร GLP-1 เข้าใต้ผิวหนัง ซึ่ง สารนี้ อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า incretins เป็นโปรตีน ที่สร้างจากทางเดินอาหาร เวลา ได้รับการกระตุ้นจากการกินอาหารพวกแป้งและ น้ำตาล ผ่านเข้าไปในทางเดินอาหาร … สาร GLP-1 นี้ กระตุ้น อินซูลิน ให้มาเก็บน้ำตาลออกจากกระแสเลือด ทำให้น้ำตาลในเลือดไม่สูง ยับยั้งกลูคากอน ไม่ให้มาเอาน้ำตาลไปใช้งาน แจ้งไปที่สมองให้รู้สึกอิ่ม (ไม่หิว) บอกให้ทางเดินอาหาร ขยับตัวช้าหน่อย จะได้อิ่มนาน…. ทั้งหมดนี้ ดีต่อ เบาหวาน และ ภาวะอ้วน จึงมีคนนำมาใช้เป็นยาคุมเบาหวาน และ ลดความอ้วน
-นอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงแล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึง ในการใช้ยาดังกล่าวทางคลินิก คือ ยานี้ เป็นสารภายนอก ที่เข้าไปตัดวงจร ของ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน จึงมีผลขณะที่ใช้ แต่ เมื่อหยุดยา ผล จากยาก็หายไป ความผิดปกติ ก็จะกลับมาใหม่ ทั้งน้ำหนักตัว ทั้งค่าเลือดที่ผิดปกติต่างๆ เบาหวาน ไขมันสูง ฯลฯ นั่นคือได้ผลเฉพาะเมื่อกินยา
-นอกจาก ปัญหาเรื่องการหยุดยาแล้ว ภาวะผิดปกติจะกลับมา มีการศึกษาพบว่าในระหว่าง การใช้ยาเป็นเวลานานๆ ผลของยา จะน้อยลงด้วย
-ปัญหา ในการใช้ยา มีข้อควรต้องระวัง คือ จะพบอาการ คลื่นไส้ อาเจียน หรือ อาจจะสำลักได้ ประมาณ เกือบ ครึ่งหนึ่ง ของคนที่ใช้ยา และ ยานี้มีผลต่อ ตับ และ ไต ถึงแม้จะไม่มาก แต่คนที่การทำงานของไต ผิดปกติ ไม่ควรใช้ยานี้
–ปัญหา ของการใช้ GLP-1 ที่สำคัญมากอีกหนึ่งอย่างที่พบ และ เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงของการใช้ยานี้ หรือ จำเป็นต้องเลือกใช้ด้วยความระมัดระวัง คือ เรื่อง ของ มวลกล้ามเนื้อหายไป … ปกติ เวลา ลดน้ำหนัก ไขมันลดลง กล้ามเนื้อ ก็ลดลงด้วย ส่วนหนึ่ง จากการกิน และเผาผลาญอาหารลดลง …. แต่มีการศึกษาพบว่า มวลกล้ามเนื้อที่ลดลง ในคนที่ใช้ยา GLP-1 จะลดลงมากกว่า ไขมัน ที่ลดลง คือ กล้ามเนื้อ ฟีบ มากกว่า ไขมันที่ลด ทำให้เกิดภาวะ sarcopenia ได้ ซึ่ง หากใช้ยานี้ ในคนสูงอายุ ซึ่ง เสี่ยงต่อ มวลกล้ามเนื้อน้อย (sarcopenia) จึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพในคนสูงอายุ อย่างยิ่ง ควรระวัง หรือ ไม่ใช้ยานี้ … ในการศึกษา นอกจาก พบว่า กล้ามเนื้อลดลงเร็วมากกว่า ปกติ และ มากกว่าไขมันที่ลดแล้ว ยังพบอีกว่า เมื่อหยุดยา การฟื้น คืนมาของ กล้ามเนื้อ น้อยกว่า หรือช้ากว่า… ดังนั้นความกังวลเรื่อง กล้ามเนื้อที่ลดลง จึงจำเป็นต้อง ได้รับการเอาใจใส่ และ ติดตาม โดยเฉพาะ ในกลุ่มผู้สูงอายุ หรือ มีความเสี่ยง

