-ธรรมชาติสอนเรา อยู่ที่เราได้เรียนรู้ไหม
–การออกไข่ กกไข่ เพื่อฟักไข่ และ เลี้ยงลูกไก่ เป็น การทำงาน ที่ต้องมีความรับผิดชอบสูง และ ก็ได้ผลสำเร็จ ตามประสงค์ ถึงจะมีอุปสรรค และ ความไม่สมหวังบ้าง แต่ แม่ไก่ ก็ยังคงทำหน้าที่ตามธรรมชาติ อยู่ร่ำไป
-มีแต่แก่ตัวเมีย ที่เจริญเต็มวัย เท่านั้น ที่สามารถ ออกไข่ได้ …. ไม่ใช่ทุกคน ที่จะทำงานนั้นได้ ต้องเลือก เฉพาะคนที่เหมาะสม
-เมื่อมีความพร้อม ก็เตรียมการ ออกไข่วันละฟอง ….. เตรียมการ ใจร้อนไม่ได้ มันมีขั้นตอนที่ต้องใช้ ไม่ใช่ ดีดนิ้วทีเดียว ทุกอย่างพร้อม
-เมื่อออกไข่วันละ 1-2 ฟองแล้ว แม่ไก่จะยังไม่ฟักไข่ทันที รอจนครบ 1 ตับ ประมาณ 10-15 ฟอง เพราะช่วงฟักไข่จะไม่ออกไข่… การเตรียมความพร้อม ต้องเตรียมให้ดี ก่อนจะเริ่มงาน เริ่มงานเร็วเกิน ก็เปลืองแรงงาน เปลืองทรัพยากร ต้องรอ แต่ เตรียมพร้อมไปเรื่อยๆ ก่อนเริ่มทำงานจริง
-เมื่อออกไข่ครบ ก็เริ่มนั่งฟักไข่ เพราะรู้ว่า ความร้อน อุณหภูมิที่เหมาะสมเท่านั้น ที่จะทำให้ ลูกไก่ เจริญจากไข่เป็นตัวได้ … ต้องรู้ว่า ในขั้นตอนการทำงาน ให้สำเร็จ จำเป็นต้องสร้างให้เกิดอะไรบ้าง และ เดินหน้าทำสิ่งนั้น เพื่อให้สิ่งแวดล้อม ขั้นตอนต่างๆ สามารถ ดำเนินไปสู่ความสำเร็จ
-การฟักไข่ ไม่ใช่ ฟักวันเดียวได้ ต้องใช้เวลา 20-21 วัน …. การเริ่มทำงาน ถึงแม้จะทำได้อย่างถูกต้อง ถูกทาง ก็ไม่ใช่วันเดียวจะสำเร็จ จะต้อง ยืนหยัดทำต่อไป เพื่อรักษา สภาพแวดล้อม และ ขั้นตอนต่างๆ ให้ดำเนินไปในทางที่ถูก จนกว่าจะสำเร็จ
******แม่ไก่ ไม่เคย เพ้อ หรือ เฝ้าหวังว่า ลูกไก่จะฟักเป็นตัวได้หรือไม่ จะได้เมื่อไหร่ (คำของท่านพุทธทาส) … เวลาทำงาน เมื่อเราทำหน้าที่ของเราเต็มที่ ก็ไม่ต้องคอยเครียด คอยลุ้นว่า เมื่อไหร่จะได้ผล มีแต่คนเท่านั้น ที่คอยกังวล แต่ก็ ไม่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป*****
-ระหว่างกกไข่ แม่ไก่ ยังมีช่วงเวลาต้องออกไปหาอาหารกิน …… เวลาทำงาน ก็ยังต้องดูแลตัวเอง เพื่อจะได้มีแรงทำงาน
-ระหว่างกกไข่ แม่ไก่ จะคอยเอาเท้าเขี่ย เพื่อพลิกไข่ ให้ ไข่ได้รับความร้อน ความอบอุ่นทั่วถึง… เมื่อทำงานแล้ว ต้องคอยตรวจสอบ ว่า สิ่งที่ทำ ได้กระทำอย่างทั่วถึง ครบถ้วนไหม ไม่ใช่ แค่ได้ทำ ก็แล้วกัน
-พอถึงเวลา ลูกไก่ ฟักออกจากไข่ แม่ไก่จะเลิกกกไข่ และ รอจนลูกไก่พักเรียบร้อย แล้ว ก็ทำหน้าที่เลี้ยงลูกไก่ต่อไป…… เมื่อทำงานจนสัมฤทธิ์ผล แล้ว ก็ไม่ติดอยู่กับ อดีต เดินหน้าทำหน้าที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป
-เอวัง ด้วยประการฉะนี้แล

