-เวลาพบก้อนที่เต้านมอาจจะเป็นถุงน้ำ (cyst) ก้อนเนื้องอกธรรมดา (fibroadenoma) หรือ มะเร็ง (cancer) ซึ่ง มีความแตกต่างในแต่ละช่วงอายุ ในช่วงอายุน้อย พบ เนื้องอกธรรมดาบ่อยสุด ในวัยเจริญพันธุ์ พบ ถุงน้ำ บ่อยสุด และ พบมะเร็งได้บ่อยสุดในวัยสูงอายุ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 ภาวะนี้ พบทั้งเนื้องอกธรรมดา(ที่ไม่ใช่มะเร็ง) และถุงน้ำได้บ่อยกว่ามะเร็งมากครับ
–เนื้องอกธรรมดา(fibroadenoma) ที่เราพบ จะพบบ่อยสุดในช่วงอายุประมาณ 20 ปี ส่วนใหญ่ พบ ก้อนเดียว แต่มี ประมาณ 1 ใน 3 ที่พบ มากกว่า 1 ก้อน พบได้ทั้ง ซ้าย และ ชวา พอๆกัน … ธรรมชาติของเนื้องอกธรรมดา จะเป็นก้อนคล้าย ลูกชิ้น และ โตขึ้นอย่างช้าๆ มักจะโตประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี ซึ่งจัดว่าโตช้ามาก เมื่อเทียบกับก้อนที่เป็นมะเร็ง ซึ่งเฉลี่ย โตขึ้น 1 เท่าตัวทุกๆ 3 เดือน นี่จึงเป็นเหตุผล ที่หากแพทย์ตรวจพบ ก้อนที่น่าจะเป็นเนื้องอกเต้านม แต่ยังไม่แน่ใจว่า เป็นมะเร็งขนาดเล็ก(ซึ่งแยกยากจากเนื้องอกเต้านม) จึงนัดผู้ป่วยติดตามตรวจ อัลตราซาวด์น ซ้ำ 3-6 เดือน เพราะ หากก้อนยังขนาดเท่าเดิม หรือ โตขึ้นเพียงเล็กน้อย โอกาสเป็นมะเร็งก็น้อยลงมาก และ ยิ่งติดตามต่อเนื่อง ไป 6 เดือน 1 ปี 2 ปี ขนาดก้อน ก็ยังแตกต่างจากของเดิมไม่มาก แพทย์ก็จะมั่นใจในการให้คำวินิจฉัยว่า ก้อนดังกล่าว เป็นเนื้องอกธรรมดาของเต้านม ซึ่ง ไม่มีอันตราย
-ด้วยความที่เนื้องอกธรรมดา ไม่มีอันตราย และ ไม่กลายมะเร็ง จึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดออก เพราะไม่เกิดประโยชน์ เจ็บตัว เสียเงิน โดยที่หากปล่อยทิ้งไว้ ก็ไม่มีอันตราย ส่วนใหญ่แล้ว เนื้องอกมักจะโตไม่เกิน 2 ซม แล้ว หยุดโต และ เมื่ออายุมากขึ้น เนื้องอกดังกล่าว ก็จะ ฝ่อไป ร่วมกับมีหินปูนที่ไม่เหมือนมะเร็ง จับพอกตัวที่ตรงกึ่งกลางเนื้องอก ในรูปแบบที่เรียกกันทางการแพทย์ว่า pop corn … บางคน มีเนื้องอกแบบนี้ แต่เล็กมาก และ ไม่เคยคลำพบ ปล่อยไว้ จนกระทั่งมาตรวจพบ ตอนตรวจแมมโมแกรมประจำปีเมื่ออายุถึงเกณฑ์ ก็ไม่เป็นปัญหา ไม่กลายมะเร็ง… ยิ่งบางราย ที่มีเนื้องอกธรรมดาหลายก้อน หากต้องผ่าตัด ก็จะมีหลายแผล และ อาจจะผ่าตัดหลายครั้ง ไม่เกิดประโยชน์ครับ
-ในการวินิจฉัยว่า เป็นเนื้องอกธรรมดา หรือไม่ ทำได้หลายวิธี เช่น ใช้การติดตาม ตรวจอัลตราซาวด์น ซ้ำเป็นระยะๆ หากไม่เปลี่ยนแปลง ก็มั่นใจว่า เป็นเนื้องอกธรรมดา หรือ ในรายที่ การตรวจ อัลตราซาวด์น และ ประวัติตรวจร่างกาย ไม่แน่ใจ หรือ สงสัยว่าอาจจะเป็นมะเร็งได้ ก็ใช้การเจาะชิ้นเนื้อ เพื่อส่งตรวจทางพยาธิ หากยืนยันว่าเป็นเนื้องอกธรรมดา ก็สบายใจ ไม่ต้องผ่าตัดก้อนออก แค่ ติดตามดูการเปลี่ยนแปลงก็เพียงพอ
-มีโรค ที่อาจจะมีลักษณะคล้ายกับเนื้องอกธรรมดา คือ เป็นก้อนความหยุ่นคล้ายลูกชิ้น กลิ้งไปมาได้ ไม่เจ็บ ในอัลตราซาวด์น และ การเจาะชิ้นเนื้อ จะพบลักษณะที่คล้ายกัน แยกกันยาก พยาธิแพทย์ จะระบุคำวินิจฉัยโรคว่า เป็น Fibroepithelial lesion แต่ โรคนี้ Phyllodes จะเป็นเนื้องอกที่ โตขึ้นเร็ว เร็วกว่า เนื้องอกธรรมดามาก (แต่ไม่ใช่มะเร็ง) เป็นเนื้อที่มีลักษณะคล้ายเนื้องอกธรรมดา แต่โตเร็ว และ โตไม่หยุด โตขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้ง โตเต็มเต้านม หรือ โตจนใหญ่กว่า เต้านมอีกข้างหนึ่ง โรค Phyllodes นี้ นอกจากโตเร็ว หากตัดก้อนออก และ ตัดไม่เกลี้ยง จะเกิดโรคซ้ำใหม่ได้ เกิดที่เดิม และ โตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง บางราย อาจจะต้องถึงกับตัดเต้านมออก … ในกลุ่มโรค Phyllodes บางราย อาจจะมีนิสัยดุ และโตเร็วพิเศษ จนมีลักษณะเป็น มะเร็งของกลุ่ม Phyllodes (malignant phyllodes) ซึ่ง สามารถ แทรกเข้ากล้ามเนื้อ ผิวหนัง หรือ แม้แต่ ลุกลามเข้าไปในช่องปอด ซี่โครง เยื่อหุ้มหัวใจ ตับ กระบังลมได้ … ดังนั้น หากพบก้อนที่คล้ายเนื้องอกธรรมดา ที่ โตเร็ว หรือ โตมาก อาจจะต้องคิดถึงโรค Phyllodes ไว้ด้วย ในการผ่าตัดก้อนเนื้อที่สงสัย Phyllodes จะเป็นต้องตัดให้เกลี้ยง จึงมักจะต้องดมยาสลบเพื่อผ่าตัด ขณะที่การผ่าตัดเนื้องอกธรรมดา การฉีดยาชาผ่าตัดก้อนออกมักจะเพียงพอครับ

