-เราอาจจะไม่เคยคิดเลยว่า ในชีวิตนี้ เราจะต้องฝากชีวิตไว้กับคนอื่น แต่ในความจริง มี อาชีพ อยู่ 2 อาชีพ ที่เราจะฝากชีวิตไว้กับเขา คือ วิสัญญีแพทย์ และ นักบิน
-การที่เราพูดว่า ต้องฝากชีวิตไว้ เพราะว่าขณะที่เราได้รับการวางยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ ร่างกายของเราจะไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ระบบต่างๆ ไม่ว่า การหายใจ การควบคุมอัตโนมัติหลายอย่าง หรือ แม้แต่ ถ้าหากต้องผ่าตัดหัวใจ การทำงานของหัวใจ ก็จะหยุดไปด้วย ดังนั้น การที่เรายังมีชีวิตอยู่ได้จนฟื้นจากยาสลบ จะอยู่ภายใต้ดการดูแลของวิสัญญีแพทย์ 100% ร่างกายเราไม่สามารถ ทำอะไรได้เลยครับ … สำหรับกรณีของนักบินก็เหมือนกัน การที่เรานั่งอยู่บนเครื่องบิน ทุกอย่างอยู่ภายใต้การกำกับ และ ควบคุมโดยนักบิน เราไม่สามารถ ทำอะไรได้เลย จะออกจากเครื่องบินก็ไม่ได้ เพราะ อยู่กลางอากาศ หากนักบินไม่สามารถ ควบคุมเครื่องบินได้ เรา ก็รับผลต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามนั้น
-ดังนั้น จะเห็นว่า ทั่ง 2 อาชีพนี้ จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบสูง มีความละเอียดรอบคอยอย่างมาก มีเครื่องไม้เครื่องมือ ในการบอก หรือวัดถึงสภาพแวดล้อมต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งภายในและภายนอก เพื่อที่จะได้ดำเนินการกำกับให้ ภารกิจ สามารถ ผ่านไปได้ด้วยดีตามเป้าหมาย เราจึงเหมือนฝากชีวิตไว้กับ คนที่มีอาชีพทั้ง2 แบบที่หลายๆคน ก็ไม่เคยคิด ไม่รู้ตัว หรือไม่ได้ ตระหนักถึงความสำคัญ
-ทั้งการวางยาสลบ และ การขับเครื่องบิน ยังมีสิ่งที่เหมือนกันมากอีกหนึ่งอย่าง คือ อันตราย ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด และ ต้องระมัดระวังสูงสุด จะมีอยู่ 2 ช่วงเวลา คือ ตอนเริ่ม และ ตอนจบ ในการวางยาสลบ ตอนเริ่มให้ยาให้สลบ ใส่ท่อช่วยหายใจ และ ให้หลับ กับตอนที่ฟื้นจากยาสลบ นำท่อช่วยหายใจออก ก่อนส่งไปห้องพักฟื้น เป็นช่วงที่อันตรายที่สุด โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน สูงสุด … ในเครื่องบินก็เช่นเดียวกัน อุบัติเหตุ เกิดบ่อยสุดตอนนำเครื่องขึ้น และ นำเครื่องลงจอด ช่วงเวลาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องมีความระมัดระวัง และ เตรียมพร้อม ในระดับสูงที่สุดครับ

