ไขมันในเลือด ไม่ใช่ จุดตั้งต้นของเส้นเลือดอุดตัน

ไขมันในเลือด ไม่ใช่จุดตั้งต้นของเส้นเลือดอุดตัน แต่เป็นตัวช่วย ที่ช่วยไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา ที่อยู่ในกระบวนการของการซ่อมแซมเส้นเลือด ที่กลายเป็นผลเสียทำให้เส้นเลือดอุดตัน .. ข้อมูลทางการแพทย์ ยืนยันว่า หากไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะ LDL (ไขมันมวลโมเลกุลเบา มีขนาดใหญ่) สัมพันธ์กับการเกิดโรคของเส้นเลือดอุดตัน ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดหัวใจ เส้นเลือดสมอง หรือ เส้นเลือดตามแขนขา และ เส้นเลือดแดงใหญ่ ในช่องท้อง

ร่างกายเรามีกระบวนการตามธรรมชาติ ที่ซ่อมแซมส่วนต่างๆ ที่บาดเจ็บ ซึ่ง เป็น กระบวนการที่ดีมาก มีประสิทธิภาพสูงมาก โดยที่เราไม่ต้องสั่ง สมองไม่ต้องสั่ง จะดำเนินการเองตามการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ และ เนื้อเยื่อที่เกิดเหตุของการบาดเจ็บ … ในเส้นเลือดทั่วร่างกายของเราก็เช่นเดียวกัน ซึ่ง เส้นเลือดต่างๆ จะ ยืด และ หด ตามจังหวะการเต้น และ สูบฉีดเลือดของหัวใจ ที่จะนำเอาเลือดแดง ที่มีทั้ง ออกซิเจน และ อาหาร ไปลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย เส้นเลือด ที่มีการยืด และ หด อยู่ตลอดเวลา ก็มีความเสี่ยงที่ผนังหลอดเลือด จะปริ หรือ ฉีกขาด ยิ่งคนที่มีความดันโลหิตสูง การยืดขยายของเส้นเลือด ก็เกิดขึ้นในการยืดหดแต่ละครั้ง จะขยายตัวมากกว่าคนที่ความดันโลหิตไม่สูง ความเสี่ยงของการปริ หรือ ฉีกขาดของเส้นเลือดก็มีมากขึ้น ตามมา เราจึงพบว่า คนที่มีความดันโลหิตสูง มีความเสี่ยง ต่อโรคของเส้นเลือดอุดตัน สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

-เวลาผนังเส้นเลือดปริ หรือ ฉีกขาด แม้แต่เป็นรอยเล็กๆ จะเริ่มมี เกล็ดเลือด มารวมตัวกัน เกาะกันเพื่อปิดรอยฉีกขาด หรือรูรั่วนั้น ทันที (เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นมาก เป็นหลัก วินาที) จากนั้น ระบบจะเริ่มกระตุ้น ให้มีเซลล์ต่างๆ ส่งสารที่มาปิดรอยฉีกขาดต่อจากเกล็ดเลือดให้แน่นขึ้น และ ระยะถัดไป จะมีทีม เก็บกวาด มาเก็บส่วนเกินที่หลงเหลือจากการซ่อมแซมออก เพื่อให้ ผนังหลอดเลือดกลับมาเรียบเหมือนเดิม … คล้ายๆ กับ การฉาบปูนที่ฝาผนัง มีการโบกปูนก่อน แล้ว ค่อย กวาดฉาบให้เรียบอีกที  … สารที่มาปิดรูรั่ว มีทั้งที่เป็น โปรตีน และ ส่วนประกอบของโปรตีนผสมกับไขมัน (Lipoprotein) มีหลายชนิดด้วยกัน  หนึ่งในนั้น คือ ส่วนผสมที่มีไขมันอยู่ด้วย โดยที่เมื่อเกิดรอยปริ หรือฉีกขาด ไขมันในเลือด บางส่วน ก็เข้าร่วม ในการอุดรอยรั่ว หรือ รอยฉีกขาด เหล่านั้น ด้วยช่วยกัน… ซึ่งไขมันมีทั้ง ชนิดที่ความหนาแน่นต่ำ (LDL) ซึ่ง เป็นไขมันที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ และ ไขมันความหนาแน่นสูง (HDL) ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก … เมื่อไขมันปิดรูรั่วเหล่านั้น ไปแล้ว จะมีการกระตุ้น ให้เซลล์เม็ดลือด ที่เรียกว่า Monocyte แทรกตัวเข้ามาในผนังหลอดเลือด และ เปลี่ยนตัวเองให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำหน้าที่เก็บกวาด (ฉาบเรียบผนัง) คล้ายกับเป็นรถขยะ และ เรียกชื่อเซลล์ monocyte นี้ให้ใหม่ ว่า เป็น Macrophage เป็นเซลล์ที่มีขนาดใหญ่ และ เก็บเศษขยะที่ไม่ได้ใช้ไว้ภายในเซลล์ ซึ่ง รวมถึง ไขมันที่มาปิดรูรั่ว ที่หลงเหลืออยู่และเป็นส่วนเกินด้วยครับ ดังนั้น หากในการปิดรูรั่ว เป็นไขมันชนิด LDL ที่มีขนาดใหญ่ ก็พลอยทำให้ Macrophage ตัวโตขึ้น บวมมากขึ้น เคลื่อนที่ลำบากขึ้น กลายเป็น ที่เก็บซากไขมันขนาดใหญ่ ที่ไม่สามารถนำไปทิ้งได้ กองรวมกันอยู่ในบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บ ทำให้ เห็นเป็นแนวของ ไขมัน ที่ผนังหลอดเลือด (fatty streak)

-เมื่อเวลาผ่านไป และ มีการซ่อมแซมผนังเส้นเลือด หากมี Macrophage ที่มีไขมันค้างอยู่ด้านใน จะกระตุ้นในเกิดการอักเสบขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ โดยเฉพาะผนังหลอดเลือด ก็เกิดการอักเสบด้วย การซ่อมแซม แทนที่จะเป็นการงอกของเซลล์เยื่อบุผิวที่แข็งแรงตามปกติ กลับกลาย เป็นการปิดผนังหลอดเลือดที่เป็น พังผืด และ เซลล์ Macrophage ก็กองรวมกันอยู่ในบริเวณนั้น ไม่ได้ถูกเคลื่อนตัว ไปกำจัดตามที่ควรจะเป็น และหากอักเสบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็มีเซลล์ตาย ทับถมกันอยู่ คล้ายหนอง และ บางจุดก็แตกออกที่ผนังหลอดเลือดส่วนที่เปราะบาง กระตุ้นให้เกิดกระบวนการห้ามเลือด และ มีลิ่มเลือดเกิดขึ้น กลายเป็นวงจรที่ต้องมาซ่อมผนังเส้นเลือด วนไป ….ทำให้ผนังเส้นเลือดหนาตัวขึ้น ความยืดหยุ่นน้อยลง และ ปริ ฉีกขาดง่ายมากขึ้น ไปเรื่อยๆ … ลิ่มเลือดที่แตกออกบางครั้ง ก็หลุดลอย ไปอุดตัน ในเส้นเลือดส่วนปลายทาง สร้างปัญหาให้กับ หัวใจ สมอง และ แขนขาส่วนปลาย อีกได้ครับ

-วงจรทั้งหมดนี้ จะเกิดน้อย หรือ ไม่เกิด ถ้าหาก ไขมันที่อยู่ในกระแสเลือด มีไขมัน LDL จำนวนน้อย แต่มี HDL จำนวนมาก เพราะ ถ้าหาก การปิดผนังที่ปริ ฉีกขาด ด้วยโปรตีนที่จับกับ HDL ซึ่งมีขนาดเล็ก จะไม่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ และ การทำงานของ Macrophage ก็ทำได้ดี การซ่อมแซมผนังหลอดเลือด ก็จะเป็นปกติ ไม่เกิดพังผืด ไม่เกิดตะกอน ที่สะสมที่ผนังหลอดเลือด (plaque) แต่ถ้า ไขมันที่อยู่ในกระแสเลือด เป็น LDL จำนวนมาก ก็จะกลายเป็นการปิดผนังหลอดเลือด ด้วย โปรตีนที่จับกับ LDL ซึ่งจะสร้างปัญหาตามที่เล่ามา …. ถ้าจะเปรียบเทียบ ก็คล้ายๆ กับ การฉาบปูนบนผนังบ้าน ถ้าใช้ ทรายละเอียดเม็ดเล็ก ผนังก็จะเรียบสวย แต่ ถ้าใช้ ทรายหยาบ หรือ แม้แต่เป็นก้อนกรวด ก็จะได้ผิวหยาบ และ ไม่เรียบ ขรุขระ ไม่สวยครับ

ไขมันมวลเบา LDL สูง ในเลือด จึงเป็นสิ่งที่ไม่ดี และ สัมพันธ์กับปัญหาเส้นเลือดแข็ง (atherosclerosis) และปัญหาเส้นเลือดอุดตัน .. ตัวไขมันเอง ไม่ได้เป็นตัวเหตุนะครับ แต่ เป็นตัวที่เข้าไปช่วยซ่อมแซม เพียงแต่ ทำงานได้ไม่เหมาะกับหน้าที่ ยิ่งช่วยยิ่งยุ่งครับ


ไขมันในเลือด ไม่ใช่ จุดตั้งต้นของเส้นเลือดอุดตัน