-หลายคนเวลาป่วยหรือรู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง มักจะถามแพทย์ว่า เป็นเพราะอะไร อะไรที่ทำให้เขาเป็นมะเร็ง และ แพทย์ส่วนใหญ่ ก็จะตอบว่า มันเป็นเอง
-มะเร็งบางอย่าง เราก็รู้สาเหตุ แต่บางอย่างก็ไม่รู้สาเหตุ แต่ ในสาเหตุที่รู้ คนที่มีเหตุดังกล่าว ก็ไม่ได้เป็นมะเร็งทุกคน อย่างเช่น เรารู้ว่า บุหรี่ทำให้เป็นมะเร็งปอด และ มะเร็งข่องปากและทางเดินอาหาร แต่คนที่สูบบุหรี่ ก็ไม่ได้เป็นมะเร็งทุกคน และ คนไม่สูบบุหรี่ บางคนก็เป็นมะเร็งปอด … เรารู้ว่า เชื้อไวรัสทำให้เป็นมะเร็ง เช่น ไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ทำให้เป็นมะเร็งตับ ไวรัส HPV (เริม) ทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูก แต่ ทุกคนที่ติดไวรัส ก็ไม่ได้เป็นมะเร็ง และ บางคนที่ไม่ได้ติดไวรัส ก็เป็นมะเร็งได้
-เดี๋ยวนี้มีการตรวจพันธุกรรม ทำให้รู้ความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเต้านม และมะเร็งอื่นๆ แต่ ทุกคนที่มีพันธุกรรมผิดปกติ ก็ไม่ได้เป็นมะเร็ง และทุกคนที่เป็นมะเร็งเต้านม ก็ไม่จำเป็นต้องมีพันธุกรรมผิดปกติ
-สุดท้าย หมอเลยตอบว่า มันเป็นเอง (สำหรับคนไข้แต่ละคน) แต่ ถ้าจะถามใหม่ว่า อะไรที่ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็ง แบบนี้ หมอตอบได้ แต่ จะให้บอกว่า อะไร เป็นสาเหตุของมะเร็งของคนไข้คนใดคนหนึ่ง หมอตอบไม่ได้
-ที่เป็นเช่นนี้ เพราะ การเกิดมะเร็ง มีหลายปัจจัยมาก และ ความเสียหายจากปัจจัยใด ปัจจัยหนึ่ง ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เซลล์ปกติ กลายเป็น เซลล์มะเร็ง ที่พร้อมจะแบ่งตัวเพิ่มจำนวน แทรกแซงอวัยวะข้างเคียง หรือแพร่กระจายไปส่วนอื่นของร่างกาย ทั้งนี้ เพราะ ธรรมชาติ มีระบบ ระวังภัย ซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย และ กำจัดเซลล์ที่ปกติ ซึ่งทำงานอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีความผิดปกติเพียงจุดใดจุดหนึ่งจุดเดียว จะยังไม่เกิดความเสียหาย เหมือน ทฤษฎี Swiss Cheese Hole คือ รู้ของก้อนชีสหลายๆก้อนหากไม่มาเรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน แสงจะผ่านไปไม่ได้ หรือ เหมือนการซื้อ สลากกินแบ่งรัฐบาล ถ้าหากไม่ถูกทั้ง 6 ตัวก็จะไม่ถูกรางวัล การเป็นมะเร็งก็เหมือนกัน หากไม่มีปัจจัยทิ่ผิดปกติ มารวมตัวกันก็ไม่เป็นมะเร็ง
-คนที่มีพันธุกรรมผิดปกติ ก็เหมือน ถูกเลขท้าย 2 ตัวไปเรียบร้อย แต่ถ้ามีไวรัส หรือ สูบบุหรี่ ก็กลายเป็น ถูกเลขท้าย หรือ เลขหน้า 3 ตัวแล้วครับ

